วันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2556

สมุนไพรไล่ยุง : ต้นไม้กันยุง (มอสซี่ บัสเตอร์)

ต้นไม้กันยุง (มอสซี่ บัสเตอร์)


ต้นไม้กันยุงเป็นพันธุ์ไม้ที่ได้รับการพัฒนาโดยวิธีการทางพันธุ์วิศวกรรม ระหว่างพันธุ์ไม้ 2 ตระกูล คือ อาฟริกัน เจอราเนียม (African Geranium) และตะไคร้หอม (Citronella) ต้นไม้กันยุงจึงมีลักษณะคล้ายต้นเจอราเนียม แต่จะมีกลิ่นหอมอ่อนๆของต้นตะไคร้หอม เนื่องจากน้ำมันตะไคร้หอมมีคุณสมบัติในการไล่ยุง (เป็น repellent) ต้นไม้กันยุงนี้จึงสามารถไล่ยุงได้เช่นกัน แต่ประสิทธิภาพจะขึ้นอยู่กับขนาดของต้นไม้และพื้นที่ที่ใช้งาน เช่นต้นไม้กันยุง อายุประมาณ 2 เดือน จะมีความสูงจากผิวดินประมาณ 6 นิ้ว กลิ่นน้ำมันที่ระเหยออกมาจากต้นไม้จะสามารถไล่ยุงได้ในพื้นที่ประมาณ 100 ตารางฟุต เป็นต้น อย่างไรก็ตาม ในต้นไม้กันยุงจะมีสารอยู่สองชนิด คือ สารที่มีคุณสมบัติเป็นสารดึงดูดยุง (attractant) และสารไล่ยุง (repellent) ต้นไม้กันยุงที่ยังเล็กจะมีสารดึงดูดยุงมากกว่าสารไล่ยุง ต่อเมื่อโตขึ้นสารดึงดูดยุงจะค่อยๆลดปริมาณลง จนสารไล่ยุงสามารถแสดงคุณสมบัติได้เต็มที่ 
ลักษณะ เป็นไม้พุ่ม ใบแตกออกจากทั้งตายอดและตาข้าง ขอบใบหยัก
ส่วนที่ใช้ ใช้ทั้งต้น โดยจะปลูกเป็นไม้ประดับ ในขณะเดียวกันก็จะช่วยไล่ยุง ไม่ให้เข้ามาใกล ้
วิธีใช้ วางกระถางที่ปลูกต้นไม้กันยุงไว้ในห้อง สามารถไล่ยุงได้ตลอด 24 ชั่วโมง แต่ต้นไม้ก็ต้องการแสงแดดเพื่อการสังเคราะห์แสง จึง ควรนำต้นไม้ไปรับแสงแดดอย่างน้อยวันละ 4 ชั่วโมงและรดน้ำให้ ชุ่มในเวลาเช้า หากแสงแดดไม่จัด ควรให้น้ำพอสมควรเพื่อ ป้องกันมิให้รากเน่า

ที่มา : http://girlyhealthy.blogspot.com/2011/09/blog-post_16.htmlhttp://www.sapaan.net/forum/health-community/acaxaeao1aaaaeaoaadeoaein1ao/

ความเป็นมา : สมุนไพรไล่ยุง

สมุนไพรไล่ยุง

   ในอดีต การไล่แมลง ลิ้น เหลือบ ที่ไต่ตอม ตัววัว ควาย หรือสัตว์เลี้ยง ใช้วิธีสุมหญ้าเผา ให้เกิดควันไฟ โดยการเผาในช่วงพลบค่ำ หรือหลังพระอาทิตย์ตกดิน ทำให้ควันไม่ลอยสูง จะอยู่เรี่ยดิน ทำให้ควันไล่แมลงตามตัววัวควายนั้นได้ ทำให้วัว ควายอยู่สุขสบายไม่ถูกรบกวน การใช้หญ้านั้น มีหลายท่าน ชื่นชอบกลิ่นควันจากหญ้า กล่าวว่าทำให้เกิดกลิ่นหอม แต่คนรุ่นใหม่ ไม่ชอบกล่าวว่าทำให้เกิดมลพิษ หายใจไม่ออก และเป็นที่มาของการห้ามเผาใบไม้หรือหญ้าแห้ง และการเผาทุกอย่าง ที่ทำให้เกิดอณูของฝุ่นละออง

การไล่แมลง เหลือบ และยุง การเผาหญ้าไม่ใช่วิธีเดียวที่กระทำกัน ในอดีตผู้รู้จะใช้ เถาหรือต้นเล็บมือนาง หมกในดินเหนียวที่เปียกเล็กน้อย แล้วสุมไฟไล่ โดยปกติ เมล็ดเล็บมือนาง ซึ่งมีสรรพคุณในการฆ่าพยาธิ การใช้ดินเหนียวนั้น เพื่อให้การเผาไหม้ช้าลง และเกิดการเผาไหม้ที่ไม่สมบูรณ์ จึงทำให้เกิดเป็นควัน

วิธีการอื่น ได้แก่การใช้เปลือกส้ม หรือพืชตระกูลเดียวกับส้ม ตากแห้ง เผาในช่วงเย็นทำให้เกิดควันไฟ ไล่ยุง ชุมชนอาจทำเป็นยาไล่ยุง โดยตำเปลือกส้มให้เป็นผง ผสมขี้เลื่อยเช่นจากไม้มะม่วงและเติมสารเหนียวหรือแป้งเปียก ทำให้เกาะตัวกันเป็นแท่ง หรือผสมให้เป็นขด

ยาไล่ยุงสมัยใหม่ หากทำจากสารเคมี มักมีระยะเวลาออกฤทธิ์นาน 8 ชั่วโมง แต่เนื่องจากเป็นสารสังเคราะห์จึงเกรงกันว่าหากใช้เป็นเวลานาน อาจเกิดอันตราย จึงมีการสกัดหรือกลั่นสมุนไพรที่มีสรรพคุณไล่ยุง โดยใช้ประโยชน์จากน้ำมันของพืชตระกูลส้ม เช่น มะนาว ส้มโอ ส้มขุน หรือมะกรูดและอื่นๆ นอกจากนั้น อาจมีการใช้พืชตระไคร้หอม หรือตะไคร้ต้น

เมื่อได้น้ำมันแล้วจึงนำมาผสมในผลิตภัณฑ์เป็น ครีม เจล หรือสเปรย์ วิธีการใช้ผลิตภัณฑ์ดังกล่าว จะไม่ทาทั้งตัวเหมือนทาครีมบำรุง ควรแต้มเป็นจุดหรือแห่งไป หากไม่สามารถกลั่นน้ำมันได้ อาจใช้วิธีทุบส่วนที่มีน้ำมัน ให้เซลแตก อย่างเช่นตะไคร้หอม ก็นำส่วนใบรวมทั้งหัว มาทุบหรือซอยละเอียดและแช่น้ำทิ้งไว้ อัตราส่วน ให้น้ำพอท่วมสมุนไพร พร้อมปิดฝากภาชนะ แล้วนำส่วนที่เป็นน้ำแยกออกมา ฉีดพ่นให้ทั่วบริเวณที่มียุง

อย่างไรก็ดี การใช้สมุนไพร อาจออกฤทธิ์สั้นกว่า เช่น 4 ชั่วโมง ผลิตภัณฑ์ที่จำหน่าย จะต้องมีการทดสอบเพื่อดูว่า สามารถป้องกันการเกาะของยุง โดยการทดสอบก่อนนำออกสู่ตลาด และควรไม่เป็นพืชที่อันตราย หรือเกิดการระคายเคืองผิว หากใช้น้ำมัน ไม่ควรใช้โดยตรง ต้องเจือจางก่อน อย่างเช่นตะไคร้หอม ในรูปยาน้ำมีตะไคร้หอม 10% หากใช้ 100% อาจเกิดการระคายต่อผิว รวมทั้งภายหลังการฉีดพ่น ไม่ควรสูดดม สัมผัสมากเนื่องจากส่วนใหญ่ยาฉีดพ่น หรือสเปรย์ มักมีการเติมแอลกอฮอล์ และสารอื่น






สำหรับการพัฒนายาไล่ยุง ที่มีการพัฒนาจากยาฆ่าแมลง หรือยาเบื่อ เช่น หางไหล ยาฉุนหรือยาสูบ และว่านน้ำ จึงควรผ่านการทดสอบก่อนว่าปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากการใช้ไล่ยุง ค่อนข้างใช้ในลักษณะใกล้ชิดกับคน จึงอาจเกิดอันตรายจากกาสัมผัสในปริมาณมาก ในแง่นี้ การใช้แบบโบราณ ย่อมได้เปรียบกว่า เนื่องจากจะใช้ช่วงเวลาหนึ่งเท่านั้น

  : บทความโดย : รศ.ดร.ภญ.พาณี ศิริสะอาด
  : ภาพประกอบ : สุภฎารัตน์ สุธีพรวิโรจน์
  : ลงพิมพ์ในหนังสือพิมพ์ไทยนิวส์ ฉบับวันพุธที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2553 คอลัมน์ภูมิปัญญาเพื่อสุขภาพ หน้า 5

ที่มา : http://www.pharmacy.cmu.ac.th/web2553/n11.php

สมุนไพรไล่ยุง : หางไหลขาว

สมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง

หางไหลขาว



ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Derris malaccensis  Prain

วงศ์ :   LEGUMINOSAE - PAPILIONOIDEAE

ชื่ออื่น :  ยานาเละ (มลายู-นราธิวาส)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : เป็นไม้เถาขนาดกลางถึงใหญ่ ใบประกอบรูปหอก ปลายกว้างแหลม โคนสอบแคบใบย่อยราว 7 ใบ ใบอ่อนสีเหลืองอ่อนออกเขียว ใบแก่สีเขียว ดอกเล็กสีชมพูเป็นช่อฝักแบนไม่ยาวนัก มียางขาวขัน พบตามรินน้ำลำธาร ป่าดงดิบเขา ป่าเบญจพรรณทั่วไป ในเขตวนอุทยานถ้ำเพชร ขยายพันธุ์ด้วยเมล็ด
ส่วนที่ใช้ :  ราก

สรรพคุณ :

ยางจากราก
- ฆ่าแมลงตัวหนอนที่เกาะกินผัก เบื่อปลา
- รสเอียนเล็กน้อย ถ่ายเส้นเอ็น (ทำให้เส้นอ่อน)
- ถ่ายผายลม ถ่ายเสมหะและโลหิต
- ใช้ปรุงเป็นยาขับระดู แก้ระดูเป็นลิ่มเป็นก้อนเน่าเหม็น
- ใช้ผสมกับสบู่และน้ำสำหรับฆ่าสัตว์ เช่น หิดและเหาได้ดี

วิธีใช้ : ใช้รากทุบๆ ผสมน้ำ พอขุ่นขาว รดผัก ตามสวนผัก ฆ่าแมลงและตัวหนอน

ที่มา : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25_4.htm

สมุนไพรไล่ยุง : หางไหลแดง

สมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง

หางไหลแดง




ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Derris elliptica  (Roxb.) Benth.

ชื่อสามัญ :  Tuba root, Derris

วงศ์ :  LEGUMINOSAE - PAPILIONOIDEAE

ชื่ออื่น :  กะลำเพาะ (เพชรบุรี) เครือไหลน้ำ, ไหลน้ำ (ภาคเหนือ) โพตะโกส้า (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน) , อวดน้ำ (สุราษฎร์ธานี)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ศาสตร์ : ไม้เถาเนื้อแข็ง ใบประกอบแบบขนนกปลายคี่ เรียงสลับ ยาว 22.5-37.5 ซม. ใบย่อย 9-13 ใบ รูปขอบขนานถึงรูปหอกแกมขอบขนาน กว้าง 2.5-3.5 ซม. ยาว 7.5-15 ซม. ปลายใบเป็นติ่งแหลม หลังใบเกลี้ยงท้องใบมีขน ดอกช่อกระจะ ยาว 22.5-30 ซม. มีขนสั้นหนานุ่ม กลีบเลี้ยงยาวประมาณ 6 มม. เชื่อมติดกันเป็นรูประฆังมีขน กลีบดอกรูปดอกถั่ว สีชมพู หายากที่เป็นสีขาว ยาวประมาณ 1.5 ซม. กลีบล่างรูปโล่ เกสรตัวผู้เชื่อมติดกันเป็นมัดเดียว รังไข่มีขนอุย ฝักรุปขอบขนานถึงรูปใบหอก กว้าง 2 ซม. ยาว 3.5-8.5 ซม. ตะเข็บบนแผ่เป็นปีก มีเมล็ด 1-4 เมล็ด
ส่วนที่ใช้ :  เถาสด แห้ง หรือราก ต้น

สรรพคุณ :

ยารักษาเหา หิด

ยาสำหรับใช้เบื่อปลา ฆ่าแมลง ไล่แมลง

ขับระดูสตรีและบำรุงโลหิต เป็นยาถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายลม ถ่ายเสมหะและโลหิต

วิธีและปริมาณที่ใช้

รักษาเหา หิด
ใช้เถาสดยาว 2-3 นิ้วฟุต ตำให้ละเอียดผสมน้ำมันพืช ชะโลมบนเส้นผมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง จึงสระให้สะอาด ควรสระติดต่อกัน 2-3 วัน ให้สะอาดจริงๆ

ยาฆ่าแมลง เบื่อปลา
ใช้เถาแก่สด แห้ง หรือจะใช้รากก็ได้ (จำนวนที่ใช้ขึ้นอยู่กับจำนวนพื้นที่และแมลง) ทุบให้แตกมากๆ แช่ลงในน้ำ น้ำจะขาวเช่นน้ำซาวข้าว ใช้น้ำนั้น
- ฆ่าแมลง (ซึ่งปลอดภัยต่อผู้ใช้)
- เบื่อปลา (ปลาที่เบื่อโดยวิธีนี้ใช้เป็นอาหารได้)
หมายเหตุ : เนื่องจากสารพิษที่อยู่ในหางไหลนั้น ไม่เป็นพิษต่อสัตว์เลือดอุ่นเช่นคน จึงใช้ได้ดี ทั้งสารนี้สลายตัวได้ง่าย  ไม่ติดค้างอยู่บนพืชผัก เหมือนสารสังเคราะห์พวก ดี.ดี.ที.

ใช้ผสมกับยาอื่นๆ เป็นยาขับระดูสตรี
ทางจังหวัดสุโขทัย ใช้เถาหางไหลแดงตากแห้ง หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ดองสุรารับประทานเป็นยาขับและบำรุงโลหิต เป็นยาถ่ายเส้นเอ็น ถ่ายลม ถ่ายเสมหะและโลหิต

ที่มา : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25_3.htm

สมุนไพรไล่ยุง : ยูคาลิป

สมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง

ยูคาลิป




ชื่อวิทยาศาสตร์ :  Eucalyptus globulus  Labill. (Eucalyptus citriodora Hook.)

ชื่อสามัญ :   Eucalyptus

วงศ์ :  MYRTACEAE

ชื่ออื่น :  โกฐจุฬารส น้ำมันเขียว มันเขียว

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้ยืนต้น สูงประมาณ 10-25 เมตร เรือนยอดเป็นพุ่มหนาทึบ ค่อนข้างกลม ลำต้นเปลาตรง เปลือก เปลือกหุ้มลำต้น มีลักษณะเรียบเป็นมัน มีสีเทาสลับสีขาวและน้ำตาลแดงเป็นบางแห่ง เปลือกนอกจะแตกร่อนเป็นแผ่นหลุดออกจากผิวของลำต้น
เมื่อแห้งจะลอกออกได้ง่ายในขณะสด ใบ ใบเป็นใบเดี่ยว (simple leaf) เรียงสลับ เป็นรูปหอกยาว 3-12 นิ้ว กว้าง 0.5-0.8 นิ้ว ก้านใบยาว ใบสีเขียวอ่อนหม่นๆ ทั้งสองด้าน ใบห้อยลง เส้นใบมองเห็นได้ชัด ดอก ดอกออกเป็นช่อ ตามข้อต่อระหว่างกิ่งกับใบ มีก้านดอกเรียวยาว มีก้านย่อยแยกไปอีก ออกดอกเกือบตลอดปี ผล ผลมีลักษณะครึ่งวงกลมหรือรูปถ้วย ผิวนอกแข็ง
เมื่ออ่อนจะมีสีเขียว และจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเมื่อแก่ เมื่อผลแก่ปลายผลจะแยกออก
ส่วนที่ใช้ : ใบสด น้ำมันที่กลั่นได้จากใบสด

สรรพคุณ :

เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ บรรเทาอาการข้ออักเสบ

ไล่ หรือ ฆ่ายุง แมลง

วิธีและปริมาณที่ใช้

เป็นยาแก้ไอ ขับเสมหะ
ใช้น้ำมันที่กลั่นได้จากใบสด 0.5 มิลลิลิตร (8 หยด) รับประทาน หรือทำยาอม

ไล่หรือฆ่ายุง  แมลง
ใช้ใบสด 1 กำมือ ขยี้ กลิ่นน้ำมันจะออกมาช่วยไล่ยุงและแมลง

ข้อควรระวัง : อย่าใช้เกินขนาด จะระคายเคืองต่อทางเดินอาหาร เมื่อใช้เป็นยาภายใน

ที่มา : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25_2.htm

สมุนไพรไล่ยุง : มหาหงส์


สมุนไพรไล่ยุงหรือฆ่าแมลง

มหาหงส์




ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Hedychium coronarium  J.KÖnig

ชื่อสามัญ :  Butterfly lily, Garland flower, Ginger lily, White ginger

วงศ์ :   ZINGIBERACEAE

ชื่ออื่น :  กระทายเหิน, มหาหงส์ หางหงส์ (ภาคกลาง) ตาห่าน เหินแก้ว เหินคำ (แม่ฮ่องสอน)

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้หัวล้มลุก มีเหง้าอยู่ใต้ดิน ชูกาบใบพ้นดินเป็นเหมือนลำต้น เรียกว่าลำต้นเทียม สูง 1-2 เมตร ใบ เป็นใบเดี่ยว ออกสลับตรงข้ามกันเป็นระเบียบในแนวเดียวกัน เส้นใบขนานกัน ใบมีขนาด 4-9 x 25-60 ซม. สีเขียวสด ดอก ออกที่ปลายยอด เป็นช่อๆ ละ 3-6 ดอก แต่ละดอกมี 3 กลีบ ด้านบน 1 กลีบ เป็นกลีบใหญ่ ปลายกลีบเว้าลงเป็นรูปตัววี  ด้านล่างเป็นกลีบเล็ก 2 กลีบ เส้นผ่าศูนย์กลางดอกประมาณ 10 ซม. มีเกสรตัวผู้ที่สมบูรณ์ 1 อัน อีก 3 อันไม่สมบูรณ์ กลีบดอกสีขาว หรือขาวแกมเหลือง ดอกจะทยอยบานจากด้านล่างขึ้นด้านบน ผล รูปทรงกระบอก สีส้มแดง เมล็ด สีน้ำตาลแดง
ส่วนที่ใช้ :  หัว เหง้าสด น้ำมันหอมระเหย

สรรพคุณ :

เป็นยาแก้กระษัย บำรุงกำลัง บำรุงไต

มีฤทธิ์ ฆ่าแมลงได้

วิธีและปริมาณที่ใช้

เป็นยาแก้กษัย บำรุงกำลัง บำรุงไต
ใช้หัว ตากแห้ง บดละเอียด ผสมน้ำผึ้งปั้นเป็นลูกกลอนรับประทาน

มีฤทธิ์ค่าแมลงได้
เหง้าสดจำนวนพอควร นำมาทุบๆ แล้วสกัดให้ได้น้ำมันหอมระเหยออกมา เรียกน้ำมันมหาหงส์ ใช้ฆ่าแมลงได้

ที่มา : http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25_1.htm

สมุนไพรไล่ยุง : ตะไคร้หอม

สมุนไพรไล่ยุง

ตะไคร้หอม


ชื่อวิทยาศาสตร์ :   Cymbopogon nardus Rendle
ชื่อสามัญ :   Citronella grass
วงศ์ :   GRAMINEAE
ชื่ออื่น :  จะไคมะขูด ตะไครมะขูด (ภาคเหนือ) ตะไคร้แดง (นครศรีธรรมราช)
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : : ไม้ล้มลุก อายุหลายปี สูง 0.75-1.2 เมตร แตกเป็นกอ เหง้าใต้ดินมีกลิ่นเฉพาะ ข้อและปล้องสั้นมาก กาบใบของตะไคร้หอมมีสีเขียวปนม่วงแดง ยาวและหนาหุ้มข้อและปล้องไว้แน่น  ใบ เดี่ยวเรียงสลับ กว้าง 1-2 ซม. ยาว 70-100 ซม. แผ่นใบและขอบใบสากและคม  (ตะไคร้หอมใบยาวและนิ่มกว่าตะไคร้ธรรมดาเล็กน้อย ทำให้ปลายห้อยลงปรกดินกว่า)  ดอก ช่อ สีน้ำตาลแดง แทงออกจากกลางต้น ออกดอกยาก ผลเป็นผลแห้ง ไม่แตก
ส่วนที่ใช้ :  ต้น ใบสด น้ำมันของต้นตะไคร้หอม
สรรพคุณ :
น้ำมันสะกัดตะไคร้หอม
-  ปรุงกับน้ำหอมทาตัวป้องกันยุงกัด
-  ใส่กระบอกสูบผสมกับน้ำมันอื่นฉีดไล่ยุงได้ดีมาก
ทั้งต้น
-ใช้ตะไคร้หอม 4-5 ต้น นำมาทั้งต้น ทุบๆ วางทิ้งไว้ในห้องมืดๆ กลิ่นน้ำมันหอมระเหยออกมา ยุง แมลงจะหนีหมด
ประโยชน์ทางยา
แก้ริดสีดวงในปาก (คือปากแตกระแหงเป็นแผลในปาก)
ปรุงเป็นยาขับลมในลำไส้ และแก้แน่นได้ด้วย
สตรีมีครรภ์รับประทานให้ตกลูกหรือทำลายโลหิตให้ด้วย (ทำให้แท้ง) คือมีอำนาจในทางบีบรัดมดลูกได้ดีด้วย
วิธีใช้ : นำน้ำมันหอมระเหยตะไคร้หอมทาตามตัว ไล่แมลง ยุง
สารเคมี น้ำมันหอมระเหย มี 0.4-0.9% ประกอบด้วย geraniol 57.6-61.1%  Citronellal  7.7-14.2%  eugenol, camphor, methyl eugenol.



ที่มา http://www.rspg.or.th/plants_data/herbs/herbs_25.htm